ไม่อาจร้องขออะไรได้อีก ซาดิโอ มาเน่ ยังคงปิดปากเงียบเรื่องของอนาคต

ไม่อาจร้องขออะไรได้อีก ซาดิโอ มาเน่ ยังคงปิดปากเงียบเรื่องของอนาคต

ไม่อาจร้องขออะไรได้อีก ซาดิโอ มาเน่ ยังคงปิดปากเงียบเรื่องของอนาคต ตกอยู่ในความสนใจของแฟนบอลมากมาย เพราะก่อนหน้านั้น นอกเหนือจากกระแสลือรุนแรงว่าเตรียมอำลาลิเวอร์พูลในซัมเมอร์นี้แล้ว ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวสายซื้อขายผู้เล่น ยังช่วยโหมอีกแรง เป็นการตอกย้ำความน่าเชื่อถือ
เดิมทีเขาให้สัมภาษณ์ไว้ จะเฉลยให้หายข้องใจหลังจบเกมนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ก็ยังไม่มีการยืนยันชัดเจน


ไม่อาจร้องขออะไรได้อีก ซาดิโอ มาเน่ ยังคงปิดปากเงียบเรื่องของอนาคต


เดอะ ค็อปก็เลยเสียงแตก บางคนเชื่อว่ามีโอกาสอยู่ต่อพร้อมทั้งยืดสัญญา บางคนบอกว่านี่คือเวลาเหมาะสมจะให้นักเตะไปเสาะหาความท้าทายใหม่ อย่างที่เคยตั้งใจเอาไว้
ในขณะที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ตอบคำถามนักข่าวก่อนชิงดำเรอัล มาดริดไว้ว่า นี่คือผู้เล่นที่มีความหมายต่อชีวิตตนมาก เป็นการยืนยันว่า มาเน่ มีคุณค่าในสายตาบอสมากแค่ไหน ซึ่งความจริงก็รู้กันอยู่แล้ว
คล็อปป์ พร้อมปกป้องและยืนเคียงข้าง มาเน่ มาตลอดในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหา แม้กระทั่งในช่วงที่ฟอร์มดร็อปลงไป ปืนฝืดแทบยิงประตูไม่ได้เลย
แต่เขาไม่ได้ให้ความกระจ่างเรื่องอนาคต มาเน่ เป็นไปได้อาจส่งผลกระทบต่อสมาธิในเกมนัดสำคัญด้วย มันไม่ควรนำมาพูดกันในช่วงเวลาอย่างนี้เลย
พอลิเวอร์พูลอกหักพลาดแชมป์น่าเสียดาย ก็มีข่าวจากสื่อใหญ่และนักข่าวคนดังที่น่าเชื่อถือได้ ร่วมกันกระพือว่า มาเน่ ปรารถนาย้ายจากลิเวอร์พูลในซัมเมอร์นี้เลย แม้จะเหลือสัญญาค้างอีก 1 ปีก็ตาม
นั่นทำให้งานพาเหรดแห่โทรฟี่ 2 แชมป์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลายสายตาจึงจับจ้องมาที่ปฏิกิริยาของดาวเตะเซเนกัลมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะพวกช่างภาพที่เหมือนค้นหาความจริงบางอย่าง
พวกเขาพยายามเน้นสีหน้าของ มาเน่ ซึ่งแสดงอารมณ์เศร้าหรือรู้สึกผิดหวัง ก่อนนำมาเผยแพร่ ในมุมอาจต้องการชี้นำว่านักเตะอยู่ในช่วงที่ไม่แฮปปี้นัก ต่อให้เป็นเวลาของการเฉลิมฉลองก็ตาม
พอใครต่อใครได้เห็นอาการของ มาเน่ ลักษณะดังกล่าว ต่างพากันเชื่อว่า ไม่น่าจะอยู่กับลิเวอร์พูลต่อไปหรอก มันฟ้องกันอยู่แล้วไม่ใช่หรือ
กระนั้นสำคัญที่สุดคือ ต้องฟังจากปากของ มาเน่ อย่างเดียวแหล่ะ จะอ้างแหล่งข่าวหรือการนำเสนอของสื่อ แล้วไปปักใจเชื่อว่าต้องเป็นจริงมันก็ดูเบาหวิวเกินไปหน่อย
ที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ บาเยิร์น มิวนิคแสดงความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อดึง มาเน่ ไปร่วมทีมฤดูกาลหน้า เป็นความตั้งใจของ ฮาซาน ซาลิฮามิดซิช ผู้อำนวยการอย่างแท้จริง
พวกเขาหวังว่าจะได้ มาเน่ ไปประสานงานร่วมกับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เพิ่มศักยภาพให้น่ากลัวยิ่งกว่าเก่า
แต่หาก เลวี่ ตัดสินใจย้ายออกตามข่าวที่ว่ามา ก็จะวางให้ มาเน่ นี่แหล่ะเป็นเสาหลักแนวรุกเลย
เราไม่รู่ว่าตัวนักเตะคิดอะไรอยู่ในเวลานี้ บางทีเขาอาจตัดสินใจเลือกไปเรียบร้อย รอแค่เวลาเหมาะสมแล้วค่อยประกาศให้ได้รับรู้กัน
ทว่าถ้ายังไม่ได้ตัดสินใจ อยู่ระหว่างชั่งน้ำหนักเอาอย่างไร ตรงนี้แหล่ะที่มันดึงดูดให้ต้องติดตามกันเลย
เพราะจะว่าไปแล้ว มาเน่ ผูกพันกับลิเวอร์พูลมากๆ โดยเฉพาะสิ่งที่แฟนบอลแสดงออกและมอบให้ นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่ในปี 2016
เป็นความตั้งใจของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่ยื่นเรื่องให้ฝ่ายบริหารไปดึงแข้งรายนี้มาจากเซาธ์แฮมป์ตัน ซึ่งในช่วงดังกล่าวกำลังเนื้อหอม หลายทีมให้ความสนใจ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจะปิดดีลได้
ภายหลังมารู้ว่า เขาจวนเจียนจะได้ชูเสื้อแมนฯยูไนเต็ด ประกาศตัวเป็นนักเตะใหม่ ตกลงทุกอย่างกันเรียบร้อย เหลือแค่เซ็นขั้นตอนสุดท้าย
อย่างไรก็ตามแผนที่วางไว้ต้องพังลงมา เมื่อเขาได้คุยกับ คล็อปป์ ได้รู้เรื่องราวและเข้าใจอะไรหลายอย่าง
คล็อปป์ มุ่งมั่นจะดึง มาเน่ ไปอยู่ด้วยที่โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์แล้ว ไล่อดีตเป็นฉากๆ อธิบายอย่างละเอียด จนโน้มน้าวความรู้สึกได้มากมาย
ตัวแปรสำคัญที่ทำให้ยอมปฏิเสธผิดคำพูดกับแมนฯยูไนเต็ด คือได้ฟังโปรเจคต์ใหญ่ของลิเวอร์พูลในอนาคต แล้วรู้สึกหัวใจเต้นแรงมาก จนเคลิบเคลิ้มก่อนนำไปสู่การเปลี่ยนใจ
สำคัญกว่าคำพูดคือการกระทำ คล็อปป์ แสดงให้เห็นว่าทุกอย่างเป็นความจริง ไม่ใช่แค่วาดฝันวิมานในอากาศ นำโปรเจคต์หรูหรามาหลอกกัน นั่นยิ่งทำให้ศรัทธาและเชื่อมั่นในตัวเจ้านายเพิ่มไปอีก
มันจึงเป็นเหตุผลให้เขาขยายสัญญายาวออกไปอีก 5 ปีในปี 2018 ไม่มีเหตุผลอะไรจะต้องปฏิเสธเลย
คล็อปป์ ทั้งปลุกปั้นและผลักดันให้ มาเน่ เดินไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่ง เต็มไปด้วยพัฒนาการดีเยี่ยม จนไปถึงคว้ารางวัลดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก รวมถึงเป็นแคนดิเดตชิงบัลลงดอร์ในปีนี้ด้วย
เธียร์รี่ อองรี แสดงความเห็นไว้ว่า หากลิเวอร์พูลผงาดยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก น่าจะเป็น มาเน่ นี่แหล่ะที่จะได้รางวัลอันทรงเกียรติมาครอบครอง
น่าเสียดายที่หงส์ไปพ่ายมาดริด โอกาสดังกล่าวจึงลดน้อยลง แต่นั่นไม่ได้หมายถึงคุณค่าของ มาเน่ จะด้อยตามไปด้วย
เขาได้รับเสียงชื่นชมและวิจารณ์มากมาย ในฐานะจักรกลสำคัญของทีม ไม่ใช่โดดเด่นแค่เกมรุกอย่างเดียว แต่ยังเสียสละลงมาช่วยเกมรับ วิ่งพล่านทำงานหนักเกือบตลอด
บางครั้งไม่ได้มีส่วนร่วมกับประตูโดยตรง ไม่ว่าจะยิงหรือแอสซิสต์ แต่หากมองดูที่ต้นทางแล้ว จะเห็นเลยว่ามักจะมาจาก มาเน่ ที่ทำตัวให้เป็นประโยชน์อย่างเสมอ ไม่ว่าจะบีบพื้นที่กดดันฝั่งตรงข้ามหรือดึงแนวรับจนเสียตำแหน่ง เพื่อเปิดทางเพื่อนได้เข้าทำ
มาเน่ จึงมีความหมายต่อ คล็อปป์ จริงๆอย่างที่เคยพูดไว้ ไม่ได้เสแสร้งเลย แต่มันกลั่นออกมาจากความรู้สึก
ส่วนการดึง ลุยส์ ดิอาซ มาเมื่อเดือนมกราคม ก็ไม่ได้หมายความตามที่สื่อพูดกัน เพื่อมาแทนที่ มาเน่ หรอก
มันก็แค่เป็นแผนเพิ่มมิติและอ็อปชั่นให้แนวรุกหลากหลาย รวมทั้งมีแข้งคุณภาพที่สามารถทดแทนกันได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องมากกว่า
หาก มาเน่ ย้ายออกในซัมเมอร์นี้จริง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเดอะ ค็อปมากมายจะเสียใจแค่ไหน แม้จะทำใจไว้และพร้อมสนับสนุนก็ตาม
ผู้เล่นทัศนคติดีอย่างนี้หาไม่ง่าย แม้จะต้องเผชิญหน้ากับเสียงลือในแง่ลบอย่างเช่นไม่ลงรอยกับ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ แต่สุดท้ายความจริงก็ถูกพิสูจน์ว่า นั่นไม่ใช่เลยสักนิด
ที่สำคัญไม่ว่า มาเน่ จะตัดสินใจอย่างไร ย้ายไปเล่นทีมไหน แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงก็คือ พลังซัพพอร์ตของเดอะ ค็อปทั่วโลก ที่จะคอยติดตามเอาใจช่วยเสมอ
สำหรับนักเตะสักคน การถูกยอมรับและเคารพเช่นนี้ อาจประสบความสำเร็จมากกว่าได้รางวัลส่วนตัวหรือค่าจ้างมหาศาลซะอีก
เขาคงไม่อาจเรียกร้องอะไรจากแฟนบอลลิเวอร์พูลหรอก ซึ่งในอีกด้านแฟนๆก็ไม่เรียกร้องเขาเช่นกัน

Leave a Reply

Your email address will not be published.