เปิดใจครั้งแรกหลังโดนใบแดงไล่ออกของชาก้าในเกม ลิเวอร์พูล เสมอ อาร์เซน่อล

เปิดใจครั้งแรกหลังโดนใบแดงไล่ออกของชาก้าในเกม ลิเวอร์พูล เสมอ อาร์เซน่อล

เปิดใจครั้งแรกหลังโดนใบแดงไล่ออกของชาก้าในเกม ลิเวอร์พูล เสมอ อาร์เซน่อล กรานิท ชาก้า กลางรับสายพันธุ์ดุของ อาร์เซนอล ออกมาเคลื่อนไหวเป็นครั้งแรกแล้วหลังโดนใบแดงไปแบบสุดช็อคในเกมที่เสมอกับ ลิเวอร์พูล 0-0 ศึกคาราบาวคัพ รอบรองชนะเลิศนัดแรก

“ผมอยากเอ่ยคำขอโทษทุก ๆ คนที่เกี่ยวข้องกับสโมสรจากใจจริงสำหรับใบแดงที่เกิดขึ้นในเกมนี้ ไม่ว่าจะโค้ช, เพื่อนร่วมทีม ไปจนถึงแฟนบอล” ชาก้า กล่าวผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวทันทีที่เสียงนกหวีดยาวครบ 90 นาทีดังขึ้น

เปิดใจครั้งแรกหลังโดนใบแดงไล่ออกของชาก้าในเกม ลิเวอร์พูล เสมอ อาร์เซน่อล

“แต่สิ่งหนึ่งที่กล้าพูดเต็มปากก็คือ ผมภูมิใจในตัวนักเตะอาร์เซนอลทุกคน พวกเขาแสดงให้เห็นถึงจิตใจอันห้าวหาญ ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าจนสามารถเก็บคลีนชีทและผลการแข่งตามที่ตั้งเป้าเอาไว้ได้สำเร็จ”

นอกจากนี้ มิเกล อาร์เตตา กุนซือทัพปืนใหญ่ก็แสดงความเห็นจังหวะใบแดงที่ ไมเคิล โอลิเวอร์ มอบให้กับ ชาก้า อย่างตรงไปตรงมาตามสไตล์ด้วยเช่นกัน

“บอกตามตรงว่าจังหวะนั้นมันเกิดขึ้นเร็วมาก มากซะจนผมไม่ทันได้เห็นว่ามันมีรายละเอียดอะไรบ้าง แน่นอนว่าเดี๋ยวคงต้องกลับไปดูภาพช้ากันอีกที แต่ผมมีงานแถลงข่าวรออยู่จึงไม่อยากตัดสินอะไรตอนนี้ เดี๋ยวเอาไว้ค่อยว่าทีหลัง” ยอดโค้ชชาวสเปน กล่าวหลังจบเกม

นอกจากนี้ อาร์เตตา ยังเปิดเผยอีกด้วยว่า อาการบาดเจ็บของปีกคนสำคัญอย่าง บูกาโย ซาก้า ที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังนั้นไม่ร้ายแรงเท่าที่หลายคนห่วงและน่าจะกลับมาลงเล่นได้อีกครั้งสำหรับเกมนัดถัดไป

เบน ไวท์ เปิดใจถึงจังหวะใบแดงของ ชาก้า และเกมรอบรองฯ นัดถัดไปกับ ลิเวอร์พูล อีกครั้ง

เบน ไวท์ กองหลังคนสำคัญของ อาร์เซนอล ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมบุกเสมอ ลิเวอร์พูล 0-0 ในศึกคาราบาวคัพถึงจังหวะใบแดงของ กรานิท ชาก้า พร้อมเผยความคาดหวังที่อยากทำให้สำเร็จในเกมนัดสองด้วยเช่นกัน

“บอกตามตรงนะ เราไม่สามารถเล่นในเกมของตัวเองได้เหมือนนัดก่อน ๆ แต่ก็ต้องยอมรับเช่นกันว่านักเตะทุกคนต่อสู้กันจนสุดความสามารถแล้วจริง ๆ” ไวท์ กล่าวกับ Sky Sports

เปิดใจครั้งแรกหลังโดนใบแดงไล่ออกของชาก้าในเกม ลิเวอร์พูล เสมอ อาร์เซน่อล

“ด้วยความแข็งแกร่งของ ลิเวอร์พูล ด้วยตัวผู้เล่นน้อยกว่าตั้งแต่ 25 นาทีแรก แถมยังบุกมาเยือนสนามโหด ๆ อย่าง แอนฟิลด์ จึงช่วยไม่ได้ที่เราจะต้องถอยลงไปตั้งรับลึกจนคว้าผลการแข่งที่ต้องการได้สำเร็จ”

“สำหรับจังหวะใบแดงของ กรานิท ชาก้า ผมไม่ใช่คนที่มีสิทธิ์ไปตัดสินอะไรทั้งนั้น แต่สิ่งเดียวที่กล้ายืนยันก็คือเขามองแต่บอลที่ลอยอยู่กลางอากาศจนทำให้ไม่รู้ว่ามีใครวิ่งตามหลังมาบ้าง จึงตัดสินใจเตะออกไปแบบนั้น ถือเป็นโชคร้ายสำหรับเขาอย่างแท้จริง”

“แต่กุญแจสำคัญอยู่ที่การวางแผนในครึ่งหลังรวมถึงจิตใจที่กล้าหาญของนักเตะ อาร์เซนอล ด้วยเช่นกันที่ทำให้เรายังต่อสู้กับ ลิเวอร์พูล ได้จนกระทั่งจบเกม ขอชมเพื่อนทุกคนว่าทำดีมาก”

“อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เราจะตั้งรับกันเหนียวแน่นจนเก็บคลีนชีทสำเร็จ แต่กลับทำเกมบุกตามที่ถนัดไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว นี่คือข้อเสียร้ายแรงที่ต้องเร่งแก้ไขโดยด่วน หวังว่ามันจะดีขึ้นในเกมนัดสองที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม”

กุนซือ คล็อปป์ ยอมรับ อาร์เซนอล ได้เปรียบกว่า ลิเวอร์พูล ในเกมรอบสอง ของคาราบาวคัพ

เยอร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ออกมายอมรับตามตรงว่ารู้สึกเสียดายที่ทำได้แค่เสมอกับ อาร์เซนอล ในเกมเลกแรกของศึกคาราบาวคัพ รอบรองชนะเลิศ ทำให้นัดถัดไปเจ้าปืนใหญ่ครองความได้เปรียบเหนือกว่าในหลาย ๆ ด้านทันที

“สถานการณ์ของ ลิเวอร์พูล ในช่วง 1 เดือนหลังสุดไม่ค่อยสู้ดีนัก โดยเฉพาะเรื่องตัวผู้เล่นที่ลงสนามไม่ได้ แต่ผมไม่อยากเอาเรื่องพวกนี้มาเป็นข้ออ้าง เพราะสุดท้ายก็ต้องเดินไปข้างหน้าเรื่อย ๆ อยู่ดี” คล็อปป์ กล่าวกับ BBC

เปิดใจครั้งแรกหลังโดนใบแดงไล่ออกของชาก้าในเกม ลิเวอร์พูล เสมอ อาร์เซน่อล

“ส่วนตัวผมประทับใจฟอร์มการเล่นของลูกทีมตั้งแต่เริ่มเลยทีเดียว เราครองบอลเหนือกว่า เปลี่ยนจังหวะจากรุกเป็นรับ จากซ้ายไปขวาได้ค่อนข้างเนียนซึ่งทุกอย่างถูกต้องตามแผนที่วางไว้แทบจะเป๊ะ ๆ จนกระทั่ง อาร์เซนอล โดนใบแดงทำให้พวกเขาต้องถอยลงไปตั้งรับกันลึกสุด ๆ”

“แน่นอนว่าเรามีโอกาสเจาะเข้าทำสวย ๆ หลายครั้งแต่น่าเสียดาย ที่กองหน้าปิดบัญชีกันไม่ลงเอง บางทีเด็ก ๆ อาจรู้สึกกดดัน ซึ่งมันเป็นเรื่องธรรมชาติสำหรับนักกีฬาในบางช่วงบางตอนอยู่แล้ว”

“ครึ่งหลังผมปรับเปลี่ยนหลายอย่างเพื่อหาทางเจาะเอาประตูมาให้ได้ โดยเฉพาะวิธีเล่นเกมรับซึ่งส่งผลให้คู่แข่งมีโอกาสสวนกลับเยอะขึ้น ขณะเดียวกันก็ใช้ เคอร์ติส โจนส์ ลงไปสร้างความแตกต่าง แต่โชคร้ายที่เพื่อนยิงไม่เข้ากันเองอีกนั่นแหละ”

“อย่างไรก็ตาม ผมไม่คิดตำหนิลูกทีมเลย เพราะรู้ว่าพวกเขาพยายามกันอย่างเต็มที่แล้วเช่นกัน และด้วยความที่มันเป็นเกมบอลถ้วยแบบเหย้า-เยือน ฉะนั้นจึงเหลือโอกาสให้เราแก้ตัวอีก 90 นาทีเป็นอย่างน้อยแม้ อาร์เซนอล จะรู้สึกว่าตัวเองได้เปรียบในหลาย ๆ ด้านก็ตาม”

“ผมยืนยันว่า ลิเวอร์พูล ไม่มีวันยอมถอดใจและพร้อมสุด ๆ สำหรับเกมเลกสองเช่นกัน”

Leave a Reply

Your email address will not be published.