จบเเบบสวยงาม ขึ้นเเท่นตํานานชุดขาวของ มาร์เซโล่ กับการจากลาที่สวยงาม

จบเเบบสวยงาม ขึ้นเเท่นตํานานชุดขาวของ มาร์เซโล่ กับการจากลาที่สวยงาม

จบเเบบสวยงาม ขึ้นเเท่นตํานานชุดขาวของ มาร์เซโล่ กับการจากลาที่สวยงาม มาร์เซโล ฟูลแบ็คบราซิเลี่ยนถึงเวลาอำลา เรอัล มาดริด แล้วเมื่อสัญญาของเขากำลังจะหมดลงในเดือนหน้า และไม่ได้รับการต่อสัญญาใหม่จากทีมแน่นอนแล้ว

ฟูลแบ็คทีมชาติบราซิลวัย 34 ปีคือนักเตะที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเรอัล มาดริด อย่างน่าทึ่ง มองจากวันแรกในช่วงเดือนมกราคม 2007 ที่เขาย้ายมาเล่นในสเปนเป็นครั้งแรก เรอัล มาดริด มองเขาเป็นเด็กหนุ่มที่มีอนาคตน่าสนใจจากสโมสรฟลูมิเนเซ่ การเซ็นสัญญาของเขาเข้าสู่ทีมไม่ใชข่าวใหญ่อะไรมากนัก แม้กระทั่งข่าวที่ว่าเขาจะเป็นตัวแทนของ โรเบร์โต้ คาร์ลอส ในตำแหน่งแบ็คซ้ายก็ดูจะเป็นเรื่อง “เกินไป ไกลตัว” ของเขาในเวลานั้น เพราะอย่างที่เราทราบ เรอัล มาดริด ก็ไม่ต่างจากสโมสรทั่วไปที่การเซ็นสัญญาก็เหมือนการเสี่ยงลอตเตอรี่ คุณไม่มีวันรู้ว่าจะถูกหรือเปล่าจนกว่าเวลาจะมาถึง

จบเเบบสวยงาม ขึ้นเเท่นตํานานชุดขาวของ มาร์เซโล่ กับการจากลาที่สวยงาม

15 ปีผ่านไป เรอัล มาดริด มีนักเตะในตำแหน่งฟูลแบ็คมากมายเข้ามาสู่ทีม บางคนก็เข้ามาพร้อมกับคาดหวังสูงลิบลิ่ว บางคนมาพร้อมโปรไฟล์ที่ดี ราคาค่าตัวแพง แต่สุดท้ายคนที่ยังคงอยู่คือ มาร์เซโล แน่นอน แต่แน่นอนที่สุด จากเด็กหนุ่มวัย 18 ในวันนั้นกลายมาเป็นหนุ่มใหญ่วัย 30 กลาง ๆ วันนี้ เขาคือกัปตันทีมของสโมสร ที่มีตัวตายตัวแทนของเขามาถึงอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

เฟร์ลอน เมนดี้ (26 ปี สัญญาถึงกลางปี 2025) อาจไม่ใช่บราซิเลี่ยนแบบเขา แต่มาทดแทนเขาในตำแหน่งตัวจริงด้วยพลังหนุ่ม ด้วยความสามารถที่กำลังไปได้ดี บทบาทในสนามของ มาร์เซโล ก็ลดลงไปตามกาลเวลา เหลือเพียง “ความเป็นผู้นำในทีม” ที่ยังคงอยู่ เขาได้รับความเคารพจากในห้องแต่งตัวในฐานะของรุ่นพี่ที่มีความเป็นมืออาชีพ แต่นั่นก็ไม่มากพอต่อความต้องการของเรอัล มาดริด และแน่นอนไม่มากพอสำหรับมาร์เซโล และเลือกที่จะจากลาบนพื้นหลังวันอำลาคืองานฉลองแชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ 14 ของสโมสร สมัยที่ 5 ของเขาเอง ที่แม้จะไม่ได้อยู่ในสนามตลอดเกม แต่ในวินาทีแห่งการชูถ้วย คาริม เบนเซม่า รุ่นน้องในทีมที่รับบทบาทกัปตันทีม ยื่นปลอกแขนให้กับเขาในฐานะคนสุดท้ายที่จะได้รับเหรียญและคนแรกที่จะได้ชูถ้วยบิ๊กเอียร์ ทำให้เขาเป็น บราซิเลี่ยนคนแรกในเรอัล มาดริด ที่ชูถ้วยแชมป์นี้ในฐานะของกัปตันทีม

“ใช่แล้ว! นี่คือเกมสุดท้ายของผมกับ เรอัล มาดริด” คำกล่าวสั้น ๆ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของเขา

25 แชมป์ที่คว้ามาได้ตลอด 15 ปี ส่งให้เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่คว้าแชมป์กับเรอัล มาดริด มากที่สุดในประวัติศาสตร์ [6 ลา ลีกา / 5 แชมเปี้ยนส์ ลีก / 4 โคปา เดล เรย์  / 2 สแปนิช คัพ / 3 ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และ 5 สแปนิช ซูเปอร์ คัพ] มันเต็มอิ่มเหลือเกิน และถึงเวลาต้องจากกันแล้ว

546 เกม 38 ประตู 103 แอตซิสต์ จบชีวิตการเป็นนักเตะของสโมสรที่ตนเองรับใช้มาตลอด 15 ปีด้วยการคว้าแชมป์ที่ใหญ่ที่สุดในวงการฟุตบอลยุโรปอีกครั้ง…ไม่มีซีนจากลาใดจะสวยงามไปกว่านี้อีกแล้ว

 ทั้งนี้ ดาวเตะชาวเมืองกาแฟวัย 33 ปีซึ่งอาจอำลาทีม เรอัล มาดริด หลังจบซีซั่นนี้หลังรับใช้สโมสรมานาน 16 ปี และลงเล่นไปแล้ว 545 นัดได้แชมป์ ลา ลีกา เป็นสมัยที่หก บวกกับแชมป์ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก อีกสี่สมัย และยังมีลุ้นได้สัมผัสกับถ้วยบิ๊กเอียร์เป็นสมัยที่ห้าด้วยหาก ราชันชุดขาว ได้แชมป์ในซีซั่นนี้โดยพวกเขารอหวดกับ แมนฯ ซิตี้ ในเกมตัดเชือกนัดสองที่ เบร์นาเบว วันพุธนี้

สำหรับพ่อค้าแข้งอันดับสามที่ได้แชมป์กับ ราชันชุดขาว มากที่สุดรวม 22 รายการได้แก่ เซร์คิโอ รามอส อดีตเซ็นเตอร์ฮาล์ฟซึ่งย้ายไปร่วมทีม ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แชมป์ ลีกเอิง ในปัจจุบัน

ด้าย คาริม เบนเซม่า สตาร์กองหน้าชุดปัจจุบันของทีมรั้งอันดับห้าในข่ายนี้โดยคว้าแชมป์กับต้นสังกัดไปแล้วรวม 20 รายการ เป็นรอง มานูเอล ซานชีส อดีตกองหลังกัปตันทีมหนึ่งรายการ

มาร์เซโล Marcelo Vieira da Silva Júnior

กองหลัง : เรอัล มาดริด คลับ เด ฟุตบอล / บราซิล
วันเกิด  (Rio de Janeiro, บราซิล)
ส่วนสูง: 174ซม.
น้ำหนัก: 75กก.
เท้า: ซ้าย

Leave a Reply

Your email address will not be published.