นิโกลา วลาซิช ถูกให้เป็น นิว โมดริช กับโอกาสที่ทำหน้าที่แทน เจสซี ลินการ์ด

นิโกลา วลาซิช ถูกให้เป็น นิว โมดริช กับโอกาสที่ทำหน้าที่แทน เจสซี ลินการ์ด

นิโกลา วลาซิช ถูกให้เป็น นิว โมดริช กับโอกาสที่ทำหน้าที่แทน เจสซี ลินการ์ด บางคนอาจจะเกิดอาการงงเมื่อได้เห็นพาดหัวและสงสัยว่า ลูก้า โมดริช ตำนานของทีมชาติโครเอเชีย ไปเกี่ยวอะไรกับ เจสซี ลินการ์ด ซุเปอร์สตาร์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

นั่นก็เป็นเพราะเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ได้จัดการคว้าตัว นิโกลา วลาซิช เพลย์เมคเกอร์ชาวโครเอเชียจาก ซีเอสเคเอ มอสโคว มาร่วมทีมด้วยค่าตัวสูงถึง 30 ล้านยูโร เพื่อแทนที่การขาดหายไปของ เทพลินการ์ด ที่เคยเข้ามาแบกความหวังในตำแหน่งเดียวกันเมื่อครึ่งฤดูกาลก่อน

ประวัติโดยสังเขป

นิโกลา วลาซิช เกิดเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 1997 (ปัจจุบันอายุ 23 ปี) เขาเกิดและเติบโตในครอบครัวนักกีฬา ทำให้ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการเดินสายนักฟุตบอลอาชีพ โดยเจ้าตัวเริ่มเล่นฟุตบอลกับการเป็นเด็กฝึกหัดในอคาเดมีของ ไฮจ์ดุก สปลิต ก่อนจะค่อย ๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์และถูกดึนขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2014 ซึ่งเขาก็ยึดตำแหน่งตัวจริงได้ทันทีและเป็นตัวหลักให้กับสโมสรมาโดยตลอดจนกระทั่ง…

นิโกลา วลาซิช ถูกให้เป็น นิว โมดริช กับโอกาสที่ทำหน้าที่แทน เจสซี ลินการ์ดนิโกลา วลาซิช ถูกให้เป็น นิว โมดริช กับโอกาสที่ทำหน้าที่แทน เจสซี ลินการ์ด

ล้มเหลวในต่างแดนครั้งแรก

ปี 2017 ฟอร์มมที่โดดเด่นของเขา ไปเตะตาแมวมองของ เอฟเวอร์ตัน เข้าอย่างจัง ทำให้ซัมเมอร์ปีนั้น ท็อฟฟีสีน้ำเงิน ทุ่มเงินราว 10 ล้านปอนด์กระชากตัวมาร่วมทีม ซึ่งนั่นเป็นการย้ายออกมาค้าแข้งในต่างแดนครั้งแรกของเขา แต่ด้วยความที่ขึ้นชื่อว่า พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ความเคี่ยวเข็ญและโหดร้ายไม่เคยปราณีหน้าไหนแม้แต่ดาวรุ่งตัวน้อย ๆ วัย 19 ปีผู้เพิ่งจะเคยย้ายออกจากประเทศบ้านเกิดครั้งแรกก็ตาม เพราะตลอดเวลาที่อยู่ในถิ่น กูดิสัน พาร์ค เจ้าตัวได้รับโอกาสลงสนามไม่มากนักแถมยังมีบางช่วงที่ต้องลงไปเล่นกับทีมสำรองอีกต่างหาก ซึ่งจะบอกว่าปีแรกของเขาในอังกฤษนั้นล้มเหลวไม่เป็นท่าชนิดที่แทบมองไม่เห็นแสงสว่างของการแจ้งเกิดในลีกเมืองผู้ดีแห่งนี้เลยก็ว่าได้

แม้จะล้มแต่ก็ไม่ถอดใจ

หลังจากฤดูกาลแห่งความผิดหวังจบลง วลาซิช ตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตของเขาด้วยการไม่ยึดติดชื่อเสียงแม้จะเคยได้เล่นใน พรีเมียร์ลีก และย้อมย้ายไปเล่นในลีกประเทศรัสเซียกับ ซีเอสเคเอ มอสโคว เพื่อหวังจะชุบชีวิตวิญญาณอดีตหนึ่งใน “วันเดอร์คิดแห่งปีของนิตยสาร เดอะการ์เดียน เมื่อปี 2014” ให้กลับมีไฟขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งถือว่าเจ้าตัวตัดสินใจถูกเพราะเขาสามารถแจ้งเกิดในลีกแดนหมีขาวได้ตั้งแต่ปีแรกที่ย้ายไปด้วยผลงาน 8 ประตูกับ 7 แอสซิสต์ ซึ่งนั่นทำให้ต้นสังกัด ณ เวลานั้นอย่าง ซีเอสเคเอ ไม่รอช้ารีบยื่นข้อเสนอมูลค่า 20 ล้านปอนด์แลกกับการดึงตัวเขามาร่วมทีมแบบถาวรเมื่อปี 2019 ที่ผ่านมา

เฉิดฉายจนถูกยกให้เป็นผู้สืบทอดตำนานหมายเลข 10 ของ โมดริช

หลังจากย้ายมาเป็นนักเตะของ ซีเอสเคเอ มอสโคว แบบเต็มตัว วลาซิช ก็พัฒนาฝีเท้าและระเบิดฟอร์มเก่งออกมาได้อย่างเต็มตัวด้วยผลงาน 13 ประตูกับ 7 แอสซิตส์ คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรมาครองได้ในซีซั่น 2019/20 และยังคงยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่องในฤดูกาลที่ผ่านมาที่ยิงไปอีกถึง 12 ประตูกับอีก 7 แอสซิสต์ รักษามาตรฐานฟอร์มการเล่นได้อย่างคงเส้นคงวา

ซึ่งการย้ายมาหาโอกาสลงเล่นนี้เองที่ทำให้โอกาสของเขากับทีมชาติโครเอเชียได้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ โดยนับตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา เขาสามารถยึดตัวหลักในทีมชาติได้อย่างเหนียวแน่นและโชว์ฟอร์ได้อย่างโดดเด่นทำ 3 ประตูในเกม ยูโร รอบคัดเลือกพา ทัพตราหมากรุก เข้าไปเล่น ยูโร 2020 รอบสุดท้ายได้สำเร็จ แม้ที่สุดแล้ว โครเอเชีย จะจอดที่รอบ 16 ทีมสุดท้ายโดย วลาซิช ทำได้ 1 ประตูในทัวร์นาเมนต์นั้น แต่หลังจากจบศึก ยูโร 2020 เขาก็ได้รับมอบให้เป็นผู้สืบทอดตำนานหมายเลข 10 ของทีมต่อจาก ลูก้า โมดริช ที่ประกาศเลิกเล่นทีมชาติอย่างเต็มตัว ด้วยผลงานทั้งหมดที่กล่าวไปนั้นเอง เป็นที่มาของการที่เจ้าตัวได้รับโอกาสที่ 2 ในการกลับมาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในบนเวทีใหญ่อย่าง พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ที่เขาเคยล้มเหลวมาแล้วสมัยยังเป็นดาวรุ่ง

โอกาสที่สองกับต้นสังกัดใหม่ เวสต์แฮม

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าลีกสูงสุดเมืองผู้ดีไม่ใช่จะเหมาะกับนักเตะทุกคน แน่นอนว่าหลังจากย้ายมาแล้ววิธีการเล่นของเขาจะต้องปรับเปลี่ยนไปพอสมควรจากสมัยที่ค้าแข้งอยู่ในรัสเซียเพื่อให้สามารถเข้ากับการเล่นในสไตล์ของ เดวิด มอยส์ ที่กำลังพาทีมบินสูงจนเป็นหนึ่งในสโมสรที่มีลุ้นหัวตารางต่อเนื่องจากฤดูกาลก่อน และที่น่าสนใจไปกว่านั้นด้วยตำแหน่งการเล่นที่ยืนเป็นเพลย์เมคเกอร์หมายเลข 10 มันช่วยไม่ได้ที่จะทำให้เขาจะถูกยกไปเปรียบเทียบกับ เจสซี ลินการ์ด เดอะแบกคนก่อนที่ย้ายมาแบบงง ๆ และโชว์ฟอร์มเก่งออกมาชนิดที่ไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะมีดีมากขนาดนั้น และนี่คือภารกิจแรกของเขาภายใต้ชายคาของ เวสต์แฮม นั่นคือการงัดฟอร์มเก่งออกมาจนทำให้แฟนบอลลืมภาพในปีก่อนที่ มหาเทพลินการ์ด เคยมาฝากผลงานเอาไว้ให้ได้ และที่สำคัญที่สุดเพื่อที่จะประกาศให้ทุกคนได้เห็นว่าสุดท้ายเขาก็มีดีมากพอจะเล่นในลีกที่โหดหินสุด ๆ แห่งหนึ่งของโลกอย่าง พรีเมียร์ลีกอังกฤษ แห่งนี้นั่นเอง

ติดตามข่าวสารอื่นๆในเว็บของเราได้ที่ >>>https://sport1th.com/

อ่านบทความล่าสุด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *