จับประเด็นร้อน ปอร์โต้ 1-5 ลิเวอร์พูล หลังเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

จับประเด็นร้อน ปอร์โต้ 1-5 ลิเวอร์พูล หลังเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

จับประเด็นร้อน ปอร์โต้ 1-5 ลิเวอร์พูล หลังเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก การแข่งขัน: ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม วันแข่งขัน: คืนวันอังคารที่ 28 กันยายน 2021 เวลาแข่งขัน: 02:00 น. ตามเวลาประเทศไทย ผลการแข่งขัน: เอฟซี ปอร์โต้ 1-5 ลิเวอร์พูล สนาม: เอสตาดิโอ ดู ดราเกา

1. เคอร์ติส โจนส์ โดดเด่น

ลูกหม้อชาว สเกาเซอร์ กลายเป็นแข้งที่โดดเด่นที่สุดในเกมนี้ของ ลิเวอร์พูล จากการขับเคลื่อนเกมรุกที่แดนกลาง เจ้าหนูวัย 20 ปีทำได้ยอดเยี่ยมกับ การทะยานเติมขึ้นไปมีส่วนร่วมกับพื้นที่สุดท้ายทั้งยามมีบอลและ ไม่มีบอลในครอบครอง

โจนส์ เป็นคนพยายามจบสกอร์ช่วงต้น เกมก่อนบอลจะเข้าทาง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เบิกร่องนาทีที่ 18 เจ้าตัวยังเป็นคนตั้งต้นจังหวะการได้ประตู 2-0 ที่จบสกอร์โดย ซาดิโอ มาเน ก่อนจะทำ 2 แอสซิสต์ในครึ่งเวลาหลัง

2. เฮนเดอร์สัน ฉลองเกมที่ 400

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มีชื่อลงสนามให้กับ หงส์แดง เป็นเกมนัดที่ 400 เข้าไปแล้วและกลายเป็นนักเตะ เร้ดแมชีน คนที่ 27 ที่ลงสนามถึงจำนวนนัดดังกล่าวให้ กับทีมเมื่อรวมทุกรายการต่อจาก สตีเวน เจอร์ราร์ด ที่ทำได้ในปี 2007

3. ซาลาห์ เครื่องติด

ให้หลังจากการแข่งขันในฤดูกาล 2021/22 มาได้ 8 เกมเมื่อรวมทุกรายการ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มีชื่อพังประตูให้กับ ลิเวอร์พูล ได้แล้วถึง 8 ลูก (2 แอสซิสต์) หลังจากที่เจ้าตัวพัง 2 ประตูใส่ ปอร์โต้ ได้ในเกมนี้

จับประเด็นร้อน ปอร์โต้ 1-5 ลิเวอร์พูล หลังเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

4. หงส์แดง ทะยานจ่าฝูงเดี่ยว-ไร้พ่าย ปอร์โต้ ตลอดกาล

ผลจากชัยชนะในเกมนี้ทำให้ ลิเวอร์พูล ยังคงไร้พ่ายต่อ ปอร์โต้ 9 นัดเมื่อรวมทุกครั้งที่พวกเขาะบกันในประวัติศาสตร์ (ชนะ 6 เสมอ 3) มีเพียง สคันธอร์ป และ วอลล์ซอลล์ เท่านั้นที่พวกเขาไม่เคยแพ้เลยกับจำนวนเกมที่มากกว่า (11 นัดกับทั้ง 2 ทีม)

นอกจากนี้บนตารางคะแนนของกลุ่มบีหลังผ่าน 2 นัด มีเพียง หงส์แดง ทีมเดียวเท่านั้นที่เก็บชัยชนะทั้งหมด คว้า 6 แต้มนำจ่าฝูงโดดๆ เพียงทีมเดียว (แอตเลติโก มาดริด 4 คะแนน, ปอร์โต้ 1 คะแนน และ เอซี มิลาน ยังไร้แต้ม)

อลิสซอน เบ็คเกอร์ – 7/10
ไม่ได้เจอกับงานยากนัก หมดสิทธิ์โดยสิ้นเชิงกับประตูที่เสียให้ ปอร์โต้

เจมส์ มิลเนอร์ – 7/10
รับมือกับ หลุยส์ ดิอาซ ได้น่าพอใจ จบเกมด้วยการทำแอสซิสต์ให้ ซาดิโอ มาเน ในครึ่งหลัง

โจเอล มาติป – 7/10
ทะยานขึ้นไปมีส่วนร่วมกับเกมที่แดนกลางบ่อยครั้ง

เวอร์จิล ฟาน ไดค์ – 7/10
ทำหน้าที่ป้องกันตามตำราโดยไม่มีช็อตหวือหวาให้เห็นนัก

แอนดี้ โรเบิร์ตสัน – 8/10
คีย์แมนของเกมที่ริมเส้นเมื่อทีมไร้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่อีกฝั่ง

ฟาบินโญ – 8/10
ปัดกวาดแดนกลางหยุดการ ขึ้นเกมของเจ้าถิ่นได้ยอดเยี่ยม มีส่วนร่วมในการได้ประตูที่ 2 ของทีม

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน – 7/10
ยืนถ่างออกมาที่กราบขวาประสานงานร่วมกับ มิลเนอร์ และ ซาลาห์

เคอร์ติส โจนส์ – 9/10
แสดงความกระตือรือล้นให้เห็นตลอดทั้งเกม ทะยานเติมขึ้นไป มีส่วนร่วมกับเกมรุก ที่แดนหน้าบ่อยครั้ง มีส่วนร่วมกับ ประตูเบิกร่องของ ซาลาห์ เป็นคนเริ่มต้น จังหวะได้ประตูที่ 2 ของทีม และเป็นคนแอสซิสต์ให้ ซาลาห์ ในประตูที่ 3

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ – 8/10
ไม่ได้กระชากลากเลื้อยบ่อยครั้งนัก ยืนถูกที่ถูกเวลา กับจังหวะการทำทั้ง 2 ประตูในเกมนี้

ดิโกโก้ โชต้า – 7/10
มีโอกาสพังประตูให้เห็นอยู่บ้าง สร้างปัญหาให้กับแนวรับของ ปอร์โต้ ก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงท้ายเกม

ซาดิโอ มาเน – 7/10
มีชื่อบนสกอร์บอร์ดกับช็อตแท็ปอินพังประตูลูกครอสของ มิลเนอร์


ตัวสำรอง

โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน (แทนที่ มิลเนอร์ นาทีที่ 66) – 8/10
ลุกจากม้านั่งสำรองลงมาทำ 2 ประตูในช่วงท้ายเกม

โจ โกเมซ (แทนที่ มิลเนอร์ นาทีที่ 66) – 6/10
เคาะสนิมในตำแหน่งแบ็คขวา

ทาคูมิ มินามิโนะ (แทนที่ มาเน นาทีที่ 66) – 6/10
ยืดเส้นยืดสาย

อเล็กซ์ อ็อกซ์เหลด-แชมเบอร์เลน (แทนที่ เฮนเดอร์สัน นาทีที่ 73) – 6/10

ดิว็อค โอริกี (แทนที่ โชต้า นาทีที่ 88) – N/A

ติดตามข่าวสารอื่นๆในเว็บของเราได้ที่ >>>https://sport1th.com/

จับประเด็นร้อน ปอร์โต้ 1-5 ลิเวอร์พูล หลังเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

อ่านบทความล่าสุด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *